อบรม SocialMedia


 

ตอน อบรมSocialMedia

จากที่สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน.ได้รับสมัครครูทั่วประเทศเข้ารับการอบรม จำนวน 200 คน เข้าร่วมโครงการนำร่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมการใช้ Social Media ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ครูสามารถนำเครื่องมือออนไลน์ที่มีอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นวิทยากรในการขยายผลปีต่อไปนั้น ตัวข้าพเจ้กาได้รับการคัดเลือก ให้เข้ารับการอบรมครั้งนี้ด้วยในวันแรกของการอบรมได้มีพิธีเปิดโดย ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  รองเลขาธิการ สพฐ. กล่าวรายงานโดย ดร.เอนก  รัตน์ปิยะภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนมีการเสวนาโดยผู้มีความรู้ในแวดวงของSocial Media ภาคเอกชน อาทิ คุณปรเมศวร์ มินศิริ  คุณชีพธรรม คำวิเศษณ์ คุณกล้า ตั้งสุวรรณ คุณเก่ง กติกา สายเสนีย์  คุณอภิสิทธิ์  ตรุงกานนท์ ในการเสวนา ได้รับความรู้ นำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป

 

เกี่ยวกับ Social Media ได้แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า Social Media เป็นสื่อสังคม เป็น Social network เครื่อข่ายสังคม ใช้เขียนข่าวง่ายๆ  ดังแล้วมีค่าโฆษณา

 จากประเด็นคำถามแรกในการเสวนาที่ว่า การสร้างบล็อกเป็นแฟชั่นหรือไม่ ซึ่งผู้เข้าร่วมเสวนาได้ให้แนวคิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า   การที่จะเป็นแฟชั่นก็คืออะไรที่ใช้แป็บๆแล้วมีก็จะหายไป แต่ Social Media ไม่ได้หายไปไหนมีการพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น ความสามารถมากขึ้น มีคนใช้มากขึ้น และมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  Social Media เป็นแหล่งความรู้ที่คนมากมายช่วยกันสร้างขึ้น ซึ่งอาจจะถูกต้องไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ใช้ต้องมีวิจารณญานใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และช่วยกันแก้ไขแสดงความคิดเห็น ปรับปรุงแก้ไขให้มีความถูกต้อง  Social Mediaสามารถช่วยยกระดับการศึกษาได้ นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในการจัดการเรียนการสอน การเล่นเกม คุยกับเพื่อนๆในเรื่องที่ตนเองสนใจ ใช้แสดงความคิดเห็น

ในประเด็นคำถาม เราจะนำ Social Media สู่การเรียนการสอนได้อย่างไร ผู้เข้าร่วมเสวนาให้แนวคิดไว้ดังนี้  ในการทำโฆษณาเขาจะมองว่าพฤติกรรมกลุ่มคนมีพฤติกรรมอย่างไร เขาถึงจะนำมาทำโฆษณาซึ่งทำให้ตรงจุด มีคนสนใจดังนั้นในการที่จะนำSocial Mediaมาใช้ในการเรียนการสอนต้องดูที่พฤติกรรมของเด็กว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวกับ Social Media อย่างไร ใช้เล่นเกม  ใช้คุย ซึ่งก็ควรที่จะรู้เท่าทันเด็กแล้วนำสิ่งนั้นมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน  เช่น เกมพิมพ์ดีด เกมต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา บางครั้งอาจจะใช้Social Media ที่มีอยู่แล้ว เช่นเว็บครูบ้านนอก เกมแอร์ไลน์แมนเนเจอร์ ประยุกต์ใช้ความรู้ในอินเทอร์เน็ต จากการที่นักเรียนใช้งานการค้นหาในgoogle หาสิ่งที่ต้องการแล้ว จบ แต่ Social Media นำไปใช้ให้เด็กมีความสามารถในการค้นเพิ่มขึ้น ค้นหาในgoogle,youtube นอกจากนี้ยังสามารถสอนในเรื่องที่นักเรียนสนใจทำให้มีความรู้มากขึ้น รู้จักที่จะเผยแพร่ ในสิ่งที่ตนเองสนใจให้คนอื่นได้รู้ได้เห็น พัฒนาปรับปรุง ให้ดียิ่งขึ้นไป ทำให้เด็กรู้จักใช้ข้อมูลต่างๆ ที่มีคนอื่นๆแชร์ไว้ ครูไปสอน นำไปใช้ สอนให้นักเรียนจัดทำข้อมูล  แบ่งปันข้อมูลของตนเองให้กับคนอื่นๆนำไปใช้  ใน Social Media ยังเป็นที่วัดจุดเด่นจุดด้อยของครู นักเรียน เพราะมีการแสดงความคิดเห็น ให้แต่ละคน ให้เราได้ทราบเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป  สรุปแล้วการนำ Social Media ไปใช้ในการเรียนการสอนควรที่จะนำไปใช้ให้เหมาะสมกับครูผู้สอน ผู้เรียน สภาพแวดล้อม โรงเรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้อย่างสูงสุดนั่นเอง

ในประเด็นคำถาม การนำเสนอเนื้อหา ให้กับนักเรียนทำอย่างไรให้นักเรียนสนใจและอยากนำไปใช้ให้เกิดการเรียนรู้ผู้เข้าร่วมเสวนาให้แนวคิดไว้ดังนี้ สังเกตว่าในการคุยกัน ถ้าคนเราได้กินอิ่น มีอาหารที่มีอรรถรส จะทำให้การคุยกันได้อรรถรสที่ดียิ่ง การนำเสนอเนื้อหาก็เช่นเดียวกัน ควรที่จะรู้จักนักเรียนความสามารถของนักเรียน การรับรู้ ภาษาที่ใช้  สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้นักเรียน มีความสนใจในเนื้อหามากขึ้น สรุป ในการที่นำเสนอบทเรียนต่างๆ ให้กับนักเรียนโดยเฉพาะเนื้อหาใหม่ๆ ควรที่จะดูพฤติกรรมนักเรียนด้วย ควรที่จะรู้ธรรมชาติของนักเรียน การรับรู้ และภาษาที่ใช้ควรจะเป็นกันเอง ใช้ภาษาง่าย ๆ หรือบางทีอาจจะต้องใช้ โดยการให้นักเรียนบอกต่อกันเอง เน้นการรับรู้ ระยะเวลา

ในประเด็นคำถาม ทำไมใช้ wordpress  ผู้เข้าร่วมเสวนาให้แนวคิดไว้ดังนี้  ในการที่จะใช้อะไรแล้วแต่ใครจะถนัด โดยต้องใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา สรุป ในการที่จะใช้ Social Media ในการจัดการเรียนการสอนนั้น ไม่ควรที่จะเน้นไปตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งบางทีนักเรียนเองอาจจะมี Social Media บางตัวอยู่แล้ว ก็ควรที่จะเอื้อให้กับผู้เรียน ให้ใช้ตัวที่นักเรียนถนัดต่อไป แม้จะไม่ใช่ตัวที่เราได้รับการอบรมครั้งนี้ก็ตาม

ในประเด็นคำถาม Social Media  พัฒนาไปถึงไหนผู้เข้าร่วมเสวนาให้แนวคิดไว้มากมาย

บรรยากาศในการจัดทำผลงานของกลุ่มคะ

//
//

Advertisements

ขั้นตอนการพัฒนาโครงงาน


ใ้ห้นักเรียนศึกษาขั้นตอนการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์จาก Slide ต่อไปนี้

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์

ข้อเสนอโครงงาน


ใ้ห้นักเรียนศึกษาวิธีการเขียนข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ดังต่อไปนี้

สไลด์อธิบายหลักการเขียนข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์

การเขียนข้อเสนอโครงงานประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ คือ ทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร
2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ คือผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มก็ได้
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ คือ ครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ควบคุมการทำโครงงานของ นักเรียน
4. ระยะเวลาดำเนินงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ คือ ระยะเวลาการดำเนินงานโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
5. แนวคิด ที่มา และความสำคัญ รายละเอียดที่ต้องระบุ คือ สภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
6. วัตถุประสงค์ รายละเอียดที่ต้องระบุ คือสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต
7. หลักการและทฤษฎี รายละเอียดที่ต้องระบุ คือหลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้
ในการพัฒนาโครงงาน (การออกแบบบทเรียนการ์ตูน โดยใช้ storyboard ,ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน( constructionism),)
8. วิธีดำเนินงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ คือกิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ สถานที่ และงบประมาณ
9. ขั้นตอนการปฏิบัติ รายละเอียดที่ต้องระบุ คือวัน เวลา และกิจกรรมดำเนินการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
1. ศึกษาขั้นตอนการทำงานของบทเรียน
2. วิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอเพื่อพิจารณา
3. ออกแบบโครงสร้างบทเรียนการ์ตูน
4. พัฒนาและทดสอบโปรแกรม
5. เขียนรายงานประกอบโปรแกรม
6. ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม
10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ รายละเอียดที่ต้องระบุ คือสภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
11. เอกสารอ้างอิง รายละเอียดที่ต้องระบุ คือซื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน

แบบฟอร์มข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์


ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาการเขียนข้อเสนอโครงงานเพิ่มเติมจากเว็บอื่น ๆและเขียนข้อเสนอโครงงานของกลุ่ม ไว้ที่เว็บของกลุ่ม ตามแบบฟอร์มที่ให้

ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์


วิธีการเรียน

1. ให้นักเรียนคลิกที่ลิงค์ต่อไปนี้เพื่อศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับประเภทโครงงานคอมพิวเตอร์

2. ให้นักเรียนคลิกที่ลิงค์ต่อไปนี้เพื่อดาวน์โลดใบงานมาทำและแนบไฟล์ส่งครูทางอีเมลล์

ใบงาน เรื่อง ประเภทโครงงานคอมพิวเตอร์

1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

             โครงงานประเภทนี้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนวิชาต่างๆ จุดสำคัญอยู่ที่เนื้อหาน่าสนใจ และความสวยงามของส่วนติดต่อผู้ใช้ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปทำความเข้าใจได้ยากหรือที่นักเรียนสนใจ มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน

                2. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน

               เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดสร้างสิ่งของขึ้นใหม่หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้

                3. โครงงานพัฒนาเกม

                            โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้หรือเพื่อความเพลิดเพลิน เกมที่พัฒนาควรจะเป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจแก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป และนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นเกมที่แปลกใหม่ และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่างๆ

Game04.htm

ความหมายโครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ โดยนักเรียนจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ศึกษาความหมายของโครงงานคอมพิวเตอร์จากเอกสารต่อไปนี้

เอกสารเนื้อหาสาระเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของโครงงาน

หมายเหตุ

หากนักเรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้โดยใช้ระบบแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ หรืออาจจะสอบถามครูได้โดยตรง หรืออาจจะสอบถามผ่านทาง Facebook หรือ Twitter ได้เลยนะคะ

ขั้นตอนการเรียนรู้


1.ให้นักเรียนอ่านวิธีการเรียนรู้ให้เข้าใจ

2.

โครงงานคอมพิวเตอร์


    ปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนเรา มากยิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์ทำให้การดำเนินชีวิตของคนเราในปัจจุบันสะดวกสบายขึ้น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและอารมณ์ ทำให้สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมแห่งในการเรียนรู้ และก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ด้วยอิทธิพลของความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีเครือข่าย โยงใยทั่วโลก ประโยชน์ที่เกิดขึ้นในด้านการศึกษาคือก่อให้เกิดกระแสข่าวสารข้อมูล ความรู้ การแสวงหาความรู้ การกระจายข่าวสารข้อมูลทำให้การเรียนรู้มีความสะดวก ง่าย และรวดเร็ว หลากหลายรูปแบบ และพัฒนาต่อยอดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ในการพัฒนาการศึกษาของชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

การสร้างงานโครงงานคอมพิวเตอร์ เป็นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์  ทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้กับนักเรียน นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ฝึกปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น  ทำเป็น  มีนิสัยรักการเรียนรู้และเกิดการใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติที่สอดคล้องกับความถนัดและความสนใจ เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพของนักเรียน ให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่  และเป็นการเรียนรู้กันและกัน  อันก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุ่งเน้นและกระตุ้นให้เกิดการคิดในเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ด้วยตัวนักเรียนเอง นักเรียนสามารถพัฒนาความรู้สู่การเป็นนักวิจัยระดับอาชีพ

%d bloggers like this: