หลักสูตรการสอบผู้บริหารสถานศึกษา 2555


การสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้ดำเนินการประเมินความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ สมรรถนะทางการบริหาร ประเมินประวัติและผลงาน โดยให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการแล้วแต่กรณี ดำเนินการดังนี้
1. สอบข้อเขียน แบบปรนัย ประเมินกลุ่มทั่วไป (คะแนนเต็ม 200 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 100 ) และกลุ่มประสบการณ์ (คะแนนเต็ม 200 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 60 )
1.1 ความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน( 50 คะแนน)
1. นโยบายรัฐบาล แผนการบริหาราชการแผ่นและวาระแห่งชาติ
2. สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน
3. การบริหารยุคใหม่ การบริหารการเปลี่ยนแปลงและทฤษฏีทางการบริหาร
4. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
5. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
6. กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
7. กฎหมายว่าด้วย สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
8. กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
9. กฎหมายว่าด้วยระเบียบ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
10. กฎหมายว่าด้วย ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
11. กฎหมายว่าด้วย การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
12. กฎหมายว่าด้วย คุ้มครองเด็ก
13. กฎหมายว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
14. กฎหมายว่าด้วย กฎระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับส่วนราชการนั้นกำหนด (ให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครด้วย)
1.2 ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ (100 คะแนน)
ให้เน้นการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจในการบริหารงานในหน้าที่ต่อไปนี้
1. การบังคับบัญชาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาอำนาจและหน้าที่ บริหารกิจการสถานศึกษา ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา
2. การวางแผนการศึกษา ประเมิน และจัดทำรายงานเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา
3. การจัดทำและพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา การนิเทศ และการวัดผล ประเมินผล
4. การส่งเสริมและจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย
5. การจัดทำระบบประกันคุณภาพการศึกษา
___________________________________________________________________________
6. การบริหารงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน
7. การบริหารงานบุคคล การสรรหา การบรรจุ แต่งตั้ง การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน วินัย การรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์
8. การจัดทำมาตรฐานและภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามมาตรฐานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
9. การส่งเสริมสนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

10. การประสานความร่วมมือกับชุมชนและท้องถิ่น ในการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและให้บริการด้านวิชาการแก่ชุมชน
11. การจัดระบบควบคุมภายในสถานศึกษา
12. การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนหรือนักศึกษา
1.3 สมรรถนะทางการบริหาร (50 คะแนน)1.การบริหามุ่งผลสัมฤทธิ์
2. การบริการที่ดี
3. การพัฒนาตนเอง
4. การทำงานเป็นทีม
5. การวิเคราะห์และสังเคราะห์
6. การสื่อสารและการจูงใจ
7. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
8. การมีวิสัยทัศน์
9. ภาวะผู้นำ
2. ประวัติและผลงาน ประสบการณ์ (คะแนนเต็ม 100 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 40 )ให้ประเมินประวัติและผลงาน เฉพาะกลุ่มประสบการณ์ โดยให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือส่วนราชการกำหนดตัวชี้วัดและคะแนนแต่ละองค์ประกอบการประเมิน
ทั้งนี้ให้ประกาศตัวชี้วัดและคะแนนแต่ละองค์ประกอบการประเมินพร้อมกับการประกาศรับสมัคร

ที่มา http://203.146.15.33/webtcs/
คลิกอ่านสรุปย่อที่ http://arisa1.blogspot.com/

6 Responses

  1. ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

  2. นโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ สพฐ.
    วิสัยทัศน์
    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นพลังขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให้เป็นผู้นำหนึ่งในสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปีการศึกษา 2556

    พันธกิจ
    พัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาพื้นฐานให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพระดับสากล

    เป้าประสงค์
    1.ผู้เรียนทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสู่ความเป็นหนึ่งในสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    2.ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี อย่างทั่วถึง และได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
    3.ครู และบุคลากรทางการศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มตามศักยภาพ
    4.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความเข้มแข็ง เป็นกลไกขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สู่ความเป็นหนึ่งในสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    5.การศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดเขตชายแดนภาคใต้ได้รับการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรมีความปลอดภัยมั่นคง

    กลยุทธ์
    1.พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตรและส่งเสริมความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
    2.ปลูกฝังคุณธรรม ความสำนึกในการเป็นชาติไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    3.ขยาย โอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง ครอบคลุม ผู้เรียนได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
    4.พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ
    5.พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
    6.พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

    จุดเน้น สพฐ. ปี 2554
    1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่มสาระวิชาหลักเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4 (Student Achivement)
    2.นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ทุกคน อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น (Literacy & Numeracy)
    3.เพิ่มศักยภาพนักเรียนในด้านภาษา ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ และด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นหนึ่งในสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ (Excellence)
    4.นักเรียนทุกคนมีความสำนึกในความรักชาติ (EQ: Emotional Quotient)
    5.สร้างทางเลือกในการเรียนรู้ที่เน้นให้ประชากร วัยเรียนทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ลดอัตราการออกกลางคัน ศึกษาต่อและประกอบอาชีพ (Alternative Learning)
    6.ส่งเสริมการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการขยายผลสถานศึกษาพอเพียงต้นแบบ (Sufficiency Economy)
    7.นักเรียน ครู และสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ (Southern Border Provinces)
    8.นักเรียน ครู และสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)
    9.สถานศึกษาทุกแห่งผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษา มีระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง และผ่านการรับรองจากการประเมินคุณภาพภายนอก (Quality Schools)
    10.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผ่านการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (Effecient Service Areas)

  3. 1.1 ความรู้ทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน( 50 คะแนน)
    1. นโยบายรัฐบาล แผนการบริหาราชการแผ่นดินและวาระแห่งชาติ
    2. สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน
    3. การบริหารยุคใหม่ การบริหารการเปลี่ยนแปลงและทฤษฏีทางการบริหาร
    4. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    5. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
    6. กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
    7. กฎหมายว่าด้วย สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
    8. กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    9. กฎหมายว่าด้วยระเบียบ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
    10. กฎหมายว่าด้วย ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
    11. กฎหมายว่าด้วย การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
    12. กฎหมายว่าด้วย คุ้มครองเด็ก
    13. กฎหมายว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
    ==================================================
    นโยบายรัฐบาล แผนการบริหาราชการแผ่นดินและวาระแห่งชาติ
    นโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 8 ข้อ-16 เรื่องด่วน
    นโยบายของรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีจุดมุ่งหมาย 3 ประการ ประกอบด้วย
    1.นำประเทศไทยไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล มีความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น
    2.นำประเทศไทยสู่สังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์
    3.นำประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 อย่างสมบูรณ์
    —————————————————————————————
    นโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 8 ข้อ
    1.นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก
    2.นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ
    3.นโยบายเศรษฐกิจ
    4.นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต
    5.นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการวิจัย และนวัตกรรม
    7.นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
    8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
    โดยกำหนดนโยบายเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก และระยะการบริหารราชการ 4 ปี
    —————————————————————————————-
    1.นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก คือ
    1) สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เยียวยาและฟื้นฟูทุกฝ่าย
    2) กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ”
    3) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง
    4) ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน
    5) เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัส “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักปฏิบัติ
    6) เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ
    7) แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวเพื่อให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงทันที ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน จัดให้มีบัตรเครดิตพลังงานสำหรับผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ดูแลราคาสินค้าและการมีรายได้ ป้องกันและแก้ไขการผูกขาดทั้งทางตรงและทางอ้อม
    8) ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ พักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อย และผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 500,000 บาท อย่างน้อย 3 ปี และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีหนี้เกิน 500,000 บาท ทำให้แรงงานมีรายได้เป็นวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท ผู้จบปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท จ่ายเบี้ยสูงอายุแบบขั้นบันได อายุ 60-69 ปี 600 บาท, อายุ 70-79 ปี 700 บาท, อายุ 80-89 ปี 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท ลดภาษีบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก
    9) ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือร้อยละ 23 ในปี 2555 และเหลือร้อยละ 20 ในปี 2556
    10) ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเพิ่มเงินทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกแห่งละ 1 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี วงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้วงเงิน 1,000 ล้านบาท ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนเอสเอ็มแอล 300,000 400,000 และ 500,000 บาทตามขนาดหมู่บ้าน
    11) ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มจากการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ เกวียนละ 15,000 บาท และ 20,000 บาท จัดทำทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรและการออกบัตรเครดิตสำหรับเกษตรกร
    12) เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ โดยประกาศให้ปี 2554-2555 เป็นปี “มหัศจรรย์ไทยแลนด์”
    13) สนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน
    14) พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค ให้ทุกคนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม
    15) จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน เริ่มในโรงเรียนนำร่องแก่นักเรียน ป. 1 ปีการศึกษา 2555 และ
    16) เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เป็นอิสระยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประธานเห็นชอบผ่านการออกเสียงประชามติ

    ————————————————————————————-
    ส่วนนโยบายที่จะดำเนินการภายในช่วงระยะ 4 ปี จะดำเนินนโยบายหลักจากข้อ 2-8 ดังนี้
    2.นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ ที่สำคัญคือ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

    3.นโยบายเศรษฐกิจ กระจายรายได้ที่เป็นธรรม ปรับโครงสร้างภาษีอากรทั้งระบบ มีนโยบายสร้างรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวในเวลา 5 ปี ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอาหาร มีนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน จะพัฒนาระบบขนส่ง ประปา ไฟฟ้าให้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพียงพอ ขยายการให้บริการน้ำสะอาดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พัฒนาระบบรถ ไฟทางคู่เชื่อมชานเมือง+หัวเมืองหลัก พัฒนารถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ศึกษาและพัฒนาขยายทางรถไฟสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังชลบุรีและพัฒนา เร่งรัดโครงสร้างรถไฟฟ้า 10 สายทางในกทม.และปริมณฑล ให้เริ่มก่อสร้างได้ครบใน 4 ปี ค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย

    4.นโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต กระจายโอกาสทางการศึกษาให้เข้าถึงทุกกลุ่ม จัดโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต ส่งเสริมให้แรงงานเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตำแหน่งว่างงานโดยสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพประกันสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จนถึงวัยชรา และผู้พิการ สร้างหลักประกันความมั่นคงในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ

    5.นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ ทรัพยากรทางทะเล สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

    6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอ ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศมุสลิม และองค์กรอิสลามระหว่างประเทศ

    7.นโยบายการต่างประเทศ และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เร่งส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติในองค์กรระหว่างประเทศ

    8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พัฒนาระบบราชการ สร้างเสริมมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล
    ที่มา http://prachatai.com/journal/2011/08/36558
    http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeE16Z3lPVFEwTUE9PQ
    ———————————————————————————-

  4. สมรรถนะประจำสายงาน (fuctional competency)
    1.การวิเคราะห์และสังเคราะห์ :
    ความสามารถในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ แล้วแยกประเด็นเป็นส่วนย่อยตามหลักการ หรือกฎเกณฑ์ที่กำหนด สามารถรวบรวมสิ่งต่าง ๆ จัดทำอย่างมีระบบ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน รวมทั้งสามารถวิเคราะห์องค์กรหรืองานในภาพรวมดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
    มี ๓ ตัวบ่งชี้
    ๑.การวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการของงานและเสนอทางเลือกหรือแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหางานในความรับผิดชอบ
    ๒.ความเหมาะสมของแผนงาน/โครงการในความรับผิดชอบ
    ๓.ความคิดเชิงระบบในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน

    2. การสื่อสารและการจูงใจ

    ความสามารถในการพูด เขียน สื่อสาร โต้ตอบในโอกาสและสถานการณ์ต่าง ๆตลอดจนสามารถชักจูงโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นด้วยยอมรับ คล้อยตามเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการสื่อสาร
    (มี 3 ตัวชี้วัด)
    1.ความสามารถในการพูดและเขียนในโอกาสต่างๆ คือ พูดเขียน สื่อสาร โต้ตอบในโอกาสต่าง ๆให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน

    2.ความสามารถในการสื่อสารผ่านเสื่อเทคโนโลยี คือ สามารถสืบค้นข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและสามารถนำเสนอผลงานโดยใช้สื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตนเอง

    3.ความสามารถในการจูงใจ คือสามารถนำเสนอข้อมูลสารสนเทศในด้านแนวคิดหลักวิชาเพื่อพูดโน้มน้าว พูดจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการสื่อสาร

    · พูดดี

    · เขียนดี

    · ทันใจ

    · ทันสมัย

    3. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร

    ความสามารถในการให้คำปรึกษา แนะนำและช่วยแก้ปัญหาให้แก่เพื่อน่วมงานและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างรวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนและให้โอกาสผู้ร่วมงานได้พัฒนาในรูปแบบต่างๆ
    มี 4 ตัวชี้วัด

    1.การให้คำปรึกษาแนะนำ คือให้คำแนะนำเสนอแนวทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่สมเหตุสมผลหลากหลายเป็นไปได้จนเพื่อน่วมงานสามารถแก้ปัญหาได้ จนเป็นที่พึ่งของเพื่อน่วมงานในองค์กร

    2.การมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรคือ ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจในกระบวนการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง

    3.ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและสร้างเครือข่ายการพัฒนาบุคลากร คือเป็นแบบอย่างและร่วมสร้างเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรระดับเขตพื้นที่และระดับประเทศ

    4.การส่งเสริมสนับสนุนและให้โอกาสเพื่อน่วมงานได้พัฒนาในรูปแบบต่างๆ คือจัดกิจกรรม/โครงการ/สนับสนุนให้เพื่อน่วมงานและผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพอย่างหลากหลายและต่อเนื่อง

    · เขาคือคนสำคัญ

    · ตัวอย่างที่ดี ดีกว่าคำสอน

    · การให้โอกาสเป็นการให้ที่ดีที่สุด

    · สัจจะ เมตตา สามัคคี มีน้ำใจ

    4.การมีวิสัยทัศน์

    ความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทางหรือแนวทางการพัฒนาองค์กรที่เป็นรูปธรรมเป็นที่ยอมรับและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ การยอมรับแนวคิด/วิธีการใหม่ๆเพื่อการพัฒนางาน
    มี 4 ตัวชี้วัด
    1.การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือทิศทางการพัฒนาองค์กร คือเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 80 ขึ้นไปมีส่วนรวมในการกำหนดวิสัยทัศน์หรือทิศทางการพัฒนาองค์กร
    2.ความทันสมัยและสร้างสรรค์ของวิสัยทัศน์ คือวิสัยทัศน์/ทิศทางการพัฒนาสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ค่านิยมมีความชัดเจนทันสมัยสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานที่สังกัดมีการวิเคราะห์ทบทวน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

    3.ความเป็นรูปธรรมหรือโอกาสความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ คือพันธกิจและวัตถุประสงค์ในการพัฒนางานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์หรือ แนวทางการพัฒนางานที่เป็นรูปธรรมมีแผนงาน/โครงการหรือกิจกรรมรองรับอย่างครอบคลุมและชัดเจน

    4.การยอมรับการปรับเปลี่ยนเทคนิควิธีการเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป คือมีการวิเคราะห์ทบทวนสภาวะแวดล้อมขององค์กรอย่างต่อเนื่องแสวงหาข้อมูลเปิดใจรับ/กระตุ้น/ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนเทคนิควิธีการทำงานเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

    เทคนิควิธี

    · ริเริ่ม สร้างสรรค์

    · ร่วมคิดร่วมทำ

    · คิดให้ไกล ไปให้ถึง

    · อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้

  5. สมรรถนะการบริหาร 8 สมรรถนะ 50 คะแนน
    1.การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์
    2. การบริการที่ดี
    3. การพัฒนาตนเอง
    4. การทำงานเป็นทีม
    5. การวิเคราะห์และสังเคราะห์
    6. การสื่อสารและการจูงใจ
    7. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
    8. การมีวิสัยทัศน์

    แนวคิดโมเดลน้ำแข็ง
    ส่วนที่พัฒนาได้ง่าย คือ ความรู้ knoeledge ทักษะ skills
    ส่วนที่พัฒนาได้ยาก คือ แรงจูงใจmotives อุปนิสัย traits ภาพลักษณ์ภายใน seft-image บทบาทที่แสดงออกต่อสังคม social role

    สมรรถนะ – คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะอื่นๆที่ทำให้บุคคลสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าเพื่อนใรองค์กร
    – บุคคลจะแสดงสมรรถนะได้ต้องประกอบด้วย ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ
    1.การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ Achievement Motivation: ACH =ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ ถุกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
    มี 3 ตัวบ่งชี้ คือ คุณภาพถูกต้อง สร้างสรรค์ มุ่งมั่นพัฒนา
    การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ RBM ผลสัมฤทธิ์ = ผลผลิต+ผลลัพธ์
    ประสิทธิภาพ ดูที่ ความประหยัด ใช้ 4 m น้อย (ดูปัจจัยนำเข้าและผลผลิต)
    ประสิทธิผล ดูที เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่(ดูที่วัตถุประสงค์และเปรียบเทียบผลผลิตและผลลัพธ์)
    2.การบริการที่ดี Service mind SERV
    คือความตั้งใจในการปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ มี 2 ตัวบ่งชี้ คือ การปรับปรุงระบบบริการ และความพึงพอใจของผู้รับบริการ
    – ธรรมะของผู้ให้บริการ คือ พรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา
    4 ยุทธศาสตร์ ก.พ.ร คือ เปลี่ยน ร่วม เก่ง ดี

    ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับการให้บริการ ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง
    ยุทธศาสตร์ที่ 2 ปรับปรุงรูปแบบการทำงาน บูรณาการ ใช้การมีส่วนร่วม
    ยุทธศาสตร์ที่ 3 มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง บุคลากรพร้อม คิดริเริ่ม
    ปรับเปลี่ยนเหมาะ
    ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างระบบการกำกับดูแลตนเองที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้
    รับผิดชอบต่อสังคม
    3. การพัฒนาตนเอง Self Development/ Expertise :EXP
    คือการศึกษาค้นคว้า หาความรู้ ติดตามองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆในวงวิชาการเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนางาน มี 3 ตัวบ่งชี้ คือ
    – ศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ ด้วยการเข้าประชุมทางวิชาการ อบรม สัมมนา
    – รวบรวมประมวลความรู้ในการพัฒนาองค์กรและวิชาชีพ
    – แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านวิชาการในหมู่เพื่อนร่วมงาน

    หลักธรรม
    – ทมะ ข่มใจ
    – สิกขา ไตรสิกขา ศลี สมาธิ ปัญญา
    -ภาวนา กายภาวนา (กาย) ศีลภาวนา(กระทำ) จิตตภาวนา(ใจ)
    ความรู้ knowledge มี 2 ส่วน
    ความรู้ในตัว Tacit เช่น ทักษะ ฝีมือ
    ความรู้ภายนอก Explicit เช่น คู่มือ ทฤษฎี
    km การจัดการความรู้ มี7ขั้นตอน
    1.บ่งชี้ความรู้
    2.สร้างองค์ความรู้
    3.การจัดการความรู้
    4.การประมวลความรู้
    5.การเข้าถึงความรู้
    6.การแบ่งปันความรู้
    7.เกิดความรู้
    ลำดับขั้นความรู้
    ข้อมูลData สารสนเทศ information ความรู้knowledge ปัญญา Wisdom
    4.การทำงานเป็นทีม Team work TW
    คือการให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุน เสริมแรง ให้กำลังใจแก่เพื่อน ร่วมงาน การปรับตัวเข้ากับบุคคลอื่น หรือแสดงบทบาทผู้นำ ผู้ตาม ได้อย่างเหมาะสม
    มี 4 ตัวบ่งชี้
    ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุนเพื่อนร่วมงาน
    การแสดงบทบาทผู้นำหรือผู้ตามได้อย่างเหมาะสม
    การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และกลุ่มคนที่หลากหลาย
    การเสริมแรง ให้กำลังใจ ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อร่วมงานในการปฏิบัติงาน
    ให้ความร่วมมือ บทบาทผู้นำ ปรับตัว เสริมแรงให้กำลังใจ

    องค์กรแห่งการเรียนรู้ Learning Organization LO = L O P KM T
    L Learning
    O Organization
    P People
    KM Knowledge
    T Technology

  6. ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s